Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Kamen Rider Hibiki          

       าจกล่าวได้ว่า ในกระบวนไรเดอร์ในยุคปี 2000 ที่ผ่านมานั้น าเมนไรเดอร์ฮิบิกิ เป็นไรเดอร์ภาคที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุด  ขายของเล่นได้น้อยที่สุด  ดีไซน์แปลก แหวกที่สุด แต่ก็เป็นภาคที่ได้รับคำชม (จากผม) มากที่สุด ภาคหนึ่งเช่นกัน  อิอิ ไปรู้จักไรเดอร์ซีรี่ย์นี้กันดีกว่าครับ     

       ไรเดอร์ฮิบิกิ เป็นไรเดอร์ที่ฉายที่ญี่ปุ่นในปี 2005  โดยแต่เดิมนั้น concept ของฮิบิกินั้น เป็นเรื่องของนินจาที่แฝงตัวอยู่ในเมืองครับ โดยจะมีพันธมิตรนินจาแฝงอยู่ตามที่ต่างๆ หน้าที่ของพวกเขาก็คือ การออกดูแลความสงบ และป้องกันไม่ให้เหล่าร้ายออกมาทำร้ายผู้คนนั่นเอง ชื่อเดิมของเรื่อง จึงใช้ชือว่า องเกคิไรเดอร์ ฮิบิกิ แต่ภายหลัง บันได ซึ่งเป็นสปอนเซอร์สำคัญ ได้ “มีคำสั่ง” ให้ทางโตเอะ เปลี่ยนชื่อเรื่องให้กลายเป็น “คาเมนไรเดอร์”เสีย เพื่อผนวกฮิบิกิเข้าสู่จักรวาลไรเดอร์  ด้วยเหตุผลทางด้านการค้า ที่ชื่อของคาเมนไรเดอร์นั้นติดตลาดกว่า แม้ว่าตัวซีรีย์ จะเริ่มเกิดความอิ่มตัวแล้วก็ตาม            

        เนื้อเรืองของภาคนี้ จะใช้วิธีการเล่าเรื่องผ่านตัวละครเอกที่ชื่อ อาดาจิ อาสึมุ  เด็กที่กำลังจะเรียนจบชั้น ม.ต้น อาดาจิ เป็นเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ อันเป็นผลมาจากการหย่าร้างของพ่อแม่ โดยเขาเองอาศํยอยู่กับแม่ในอพาร์ทเมนต์เล็กๆ แม่ของเขาเป็นคนขับแท็กซี่ ซึ่งการทำงานและการเลี้ยงลูกชายที่อยู่ในช่วงวัยสับสนนั้น ดูจะเป็นภาระที่หนักอึ้งทีเดียว           

        เราจะได้พบเห็นเหคุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับตัวอาดาจิ ทั้งเรื่องความกดดันด้านอนาคตการศึกษา การเข้าสังคมกับเพื่อน ตลอดจนการตามหาความฝันของตนเอง รวมไปถึง การได้พบกับ ต้นแบบที่เข้ามาทดแทนความว้าเหว่จากปมขาดพ่อของตนเอง ซึ่งนั่นก็คือ ฮิบิกิ หนุ่มใหญ่ผู้ฝึกฝนตนเองเพื่อที่จะเป็นโอนิ  หรือ ยักษ์ (หรือที่เรียกในดีวีดีว่า อสูร)  ฮิบิกิ ในสายตาของอาดาจิ คือ คนที่เก่งกาจ มีความสามารถ และไว้วางใจได้  รวมไปถึงภาพลักษณ์ของต้นแบบ ที่อาดาจิกำลังแสวงหา (จากการขาดต้นแบบ คือ พ่อ) อาดาจิ จึงเกิดอาการติด ฮิบิกิ ได้อย่างรวดเร็ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้พบเห็นฮิบิกิ แปลงร่างเป็นอสูร) และการเข้าไปพัวพันกับอสูรอย่างฮิบิกินี่เอง ทำให้อาดาจิ เดินทางพาผู้ชมอย่างเราๆท่านๆไปพบกันโลกของ เหล่าอสูร กลุ่มทาเคชิ และมากาโม่ ที่แฝงตัวอยู่ในมุมเล็กๆ ตามเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นได้อย่างสนุก และมีเสน่ห์มากๆทีเดียวครับ           

         จุดเด่นของภาคนี้มีหลายอย่างครับ เชื่อเหลือเกินว่า สำหรับคนที่เพิ่งเคยชมตอนแรก คงจะรู้สึกเหวอไม่น้อย จากรูปแบบการตัดต่อ การออกแบบมุมกล้อง การจงใจขาย exotic ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบจงใจ  หลายๆคนที่เป็นแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นและชื่นชอบวัฒนธรรมแบบนี้คงจะได้ดูของจริงกันแบบจุใจ  ทั้งย่านการค้า  วัดแบบญี่ปุ่น นิทานพื้นบ้าน รูปแบบสังคมวัฒนธรรม  และที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ ก็คือเพลงประกอบครับ  โดยฝีมือของ อากิระ ฟูเสะ  เดี๋ยวจะเอามาฝากกันแน่นอนในเอนทรีต่อๆไป ครับ            

         เวลาหมดอีกแล้ว เดี๋ยวจะมาต่อวันหลังนะครับ          

         จบมันแบบดื้อๆแบบนี้ล่ะ อิอิอิ

 

                                                                                                    สวัสดีครับ

edit @ 11 Dec 2007 01:20:50 by banana7

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

sad smile มันนานมาแล้ว

#1 By sukullac on 2007-12-11 02:06

เป็นเรื่องที่สนุก แต่หากเทียบกับพวกไรเดอร์สายตรงแล้วไม่ค่อยจะระเบิดตูมตามแฮะ มารู้เอาบล็อกท่านนี่ล่ะว่าแท้จริงแล้วแต่เดิมมันไม่ใช่ซี่รี่ย์นี้ซะทีเดียว sad smile

แน่ใจล่ะว่าท่านได้ดูภาคมูวี่แล้วแน่นอน เลยอยากถามว่าไรเดอร์ตัวนี้มีมูวี่กี่ภาคครับ?? ผมได้ดูเอาภาคเดียวตอนรวมหลาย ๆ คนไปตบกับปีศาจน่ะ อยากดูอีกก็ไม่เห็นมีภาคอื่น


ปล. หนนี้จะหายไปกี่วันล่ะครับ กลับมาเร็ว ๆ เนอะ รออ่านอยู่ cry
ภาคมูวี่มันมีภาคเดียวนี่ครับ
ผมชอบภาคนี้ตรงดีไซน์มากเลยครับเรื่องก็ชอบน่ะ
แต่ฉากต่อสู้มันไม่ค่อยเร้าใจเท่าที่ควร
ปอนด์เรา มาทำ blog วันนี้วันแรก ยังงงๆ อยู่

มีอะไรดีๆ แนะนำด้วยเน้อ

เปิดทั้งที 2 ที่เลย อีกที คือ

http://www.oknation.net/blog/notok

พี่ทิว(คนเก่า)
big smile

#4 By tiew@fine on 2007-12-21 19:22

Hello! Good Site! Thanks you! fjvmicudkmsq

#5 By upxmfnfrti (213.199.192.53) on 2008-01-28 16:27